ปุ๋ยบัวทิพย์
ปุ๋ยบัวทิพย์
เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เพื่อให้ผลิตผลทางเกษตรของไทยเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ การเกษตรไทยในปัจจุบันจึงได้รับการดูแลเอาใจใส่ และส่งเสริมจากภาครัฐให้ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ เพื่อเป็นการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน และ พืชผักให้ปลอดภัยจากสารพิษ เราในนามของปุ๋ยตราบัวทิพย์ได้ใส่ใจคุณตลอดมา และจะใส่ใจคุณตลอดไป มีความมุ่งมั่นต้องการที่จะให้เกษตรกรไทย ได้รับผลผลิตที่เป็นประโยชน์คุ้มค่าต่อการลงทุนในภาคเกษตรกรรมอย่างแท้จริง และต้องการที่จะตอบสนองแนวนโยบายของภาครัฐ จึงได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ไทยผู้เชี่ยวชาญในด้านการเกษตร เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อินทรีย์ชีวภาพ สำหรับเกษตรขึ้นมาคือ ปุ๋ยตราบัวทิพย์ และตอนนี้เราได้แยกผลิตภัณฑ์อินทรีย์ตราบัวทิพย์ออกเป็น 3 สูตร เพื่อให้ตรงกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด

- ปุ๋ยบัวทิพย์
ปุ๋ยบัวทิพย์ มี 3 สูตร
สูตรที่ 1 ใช้สำหรับยางพารา (กระสอบสีเหลืองส้ม) คุณสมบัติพิเศษ แก้ยางตายหนึ่ง เห็นผลภายใน 30-50 วัน เพิ่มผลผลิตน้ำยาง ป้องกันเชื้อราและศัตรูชนิดต่างๆได้ดี
สูตรที่ 2 ใช้สำหรับ ปาล์มน้ำมัน พืชผักผลไม้และไม้ดอกทุกชนิด คุณสมบัติพิเศษ ช่วยป้องกันและรักษาโรคในพืชผักผลไม้ ป้องกันแมลง เพิ่มผลผลิตโดยไม่ต้องใช้สารกระตุ้นหรือฮอร์โมน
สูตรที่ 3 ใช้สำหรับนาข้าว(กระสอบสีเขียว) คุณสมบัติพิเศษ ป้องกันหอยเชอร์รี่ และแมลง ป้องกันและรักษาโรคในนาข้าว เช่น โรครา เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดด เพิ่มผลผลิตข้าว
ส่วนประกอบสำคัญของงปุ๋ยบัวทิพย์
- มีธาตุอาหารครบตามที่พืชต้องการ ได้แก่
- ธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแตสเซียม
- ธาตุอาหารรอง แคลเซียม, แมกนีเซียม, กำมะถัน
- ธาตุอาหารเสริม แมงกานีส, เหล็ก, ทองแดง, สังกะสี,โมลิบดินัม, โบรอน, คลอไรด์
- มีสารชีวภัณฑ์คุณภาพสูงจากธรรมชาติ โมเลกุลเล็กกว่า 1 ซี.ซี. มีจุลินทรีย์ 12,300 ล้านเซลล์ จะช่วยปรับค่า pH ให้มีค่าเฉลี่ยที่ 7 ซึ่งค่า pH ทีดีที่สุดสำหรับเกือบทุกชนิดของพืช
- มีจุลินทรีย์สายพันธุ์เยี่ยม มากกว่า 25 สายพันธุ์ ช่วยบำรุง ราก ต้น ใบ ให้แข็งแรง ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย ฆ่าเชื้อโรค ช่วยเพิ่มผมผลิตให้พืชทุกชนิด
- ใช้ฟิลเตอร์เค้ก (Filter Cake) ผสมฮิวมัส จากธรรมชาติที่มีธาตุอาหารที่พืชต้องการหลายชนิด
ส่วนผสมของปุ๋ยบัวทิพย์
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
- เนื้อวัตถุดิบ
ปุ๋ยบัวทิพย์ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในการผลิตปุ๋ย 100% เราไม่ใช้มูลสัตว์และดินมาเป็นส่วนผสมในการทำเนื้อวัตถุดิบ เพราะถ้าผสมดิน ปริมาณอินทรีวัตถุจะไม่ผ่านมาตรฐานของกฎหมาย และจะไม่ใช้มูลสัตว์เพราะมูลสัตว์ไม่สามารถให้ธาตุอาหารแก่พืชแบบคงทีได้ มูลสัตว์ถ้าผ่านการหมักไม่สมบูรณ์จะทำให้เกิดโรคพืชหรือเชื้อราได้ ดังนั้น ปุ๋ยบัวทิพจึงใช้วัตถุดิบจากโรงงานน้ำตาล (กากอ้อย) และฮิวมีสที่ผ่านการหมักด้วยจุลินทรีย์สูตรพิเศษจากบัวทิพย์ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารที่สำคัญให้กับวัตถุดิบ ก่อนนำไปผลิตปุ๋ยสูตรต่างๆ โดยปุ๋ยบัวทิพย์สามารถผสมเพิ่มปริมาณอินทรีย์วัตถุได้สูงถึง 40% ซึ่งกฎหมายระบุไว้แค่ 20% เท่านั้น ส่วยวัตถุดิบอินทรีย์อื่นๆ อีกประมาณ 5 ชนิดนั้น ทางบริษัทฯ ต้องขอสงวนความลับนี้ไว้เพื่อการแยกสูตรปุ๋ยบัวทิพย์ต่อไป
- หัวเชื้อและจุลินทรีย์
ปุ๋ยบัวทิพย์มีการใส่หัวเชื้อและจุลินทรีย์ เพื่อช่วยในการย่อยสลายวัตถุดิบอินทรีย์ ในกระบวนการเตรียมเนื้อ จากนั้นจึงผสมเนื้อวัตถุดิบทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบแยกสูตรระหวางการปั้นเม็ดปุ๋ยบัวทิพย์ จะมีขั้นตอนการใส่หัวเชื้อและจุลินทรีย์ต่างๆ แยกตามสูตรเข้าไปไว้ในเม็ดปุ๋ย โดยใส่ตามลำดับก่อนหลังต่างกันไปตามสูตร ส่าวนี่จึงเป็นส่วนที่ทางบริษัทฯ จึงขอสงวนข้อมูลไว้ทั้งหมด
- ธาตุอาหารพืช (เคมี)
ปัจจุบันปุ๋ยบัวทิพย์มีทั้งหมด 2 สูตร คือปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยอินทรีย์เคมี ธาตุอาหารพืชในปุ๋ยอินทรีนั้นจะได้มาจากเนื้อวัตถุดิบเป็นหลัก ซึ่งในขั้นตอนการหมัก ย่อยสลาย จะมีการเติมธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมเข้าไปในเนื้อวัตถุดิบตั้งแต่ต้นแล้วจากนั้นในการผสมแบบแยกสูตรปุ๋ยอินทรีย์ตราบัวทิพย์ สามารถแยกได้ 3 สูตร คือสูตรยางพารา สูตรปาล์มพืชผักผลไม้ และสูตรนาข้าว โดยแต่ละสูตรมีส่วนผสมของเนื้อวัตถุดิบธาตุอาหารพืช และหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ต่างกัน ตามที่พืชต้องการ ส่วนปุ๋ยอินทรีย์เคมี เป็นปุ๋ยที่ผสมธาตุอาหารหลักจากแม่ปุ๋ยเคมี 21-0-0, 18-46-0, 0-0-60 ใส่ตามสูตรที่ขึ้นทะเบียนไว้ เช่น ข้าว 6-3-3, ยางพารา 5-3-4, ปาล์มพืชผักผลไม้ 4-4-4 เป็นต้น ทั้งหมดจะถูกผสมธาตุอาหารพืชไว้ เกินกว่าที่กำหนดเล็กน้อย เพื่อให้ปุ๋ยมีคุณภาพสูงสุดตามที่ต้องการ ส่วนธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม จะมีอยู่ที่เม็ดเนื้ออินทรีย์ ที่ผมสให้เข้ากันด้วยเครื่องจักรที่มีความทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน
ประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ตราปุ๋ยบัวทิพย์
- ช่วยเพิ่มอินทรีวัตถุ สามารถช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มผลผลิตที่ได้มาตรฐานอย่างยั่งยืน
- ช่วยลดกรด-ด่างในดิน , ทำให้ดินร่วนซุย, ไม่เหนียว และไม่แข็งกระด้างเกินไป
- ใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีหากใช้ไปต่อเนื่อง 3-0 ปี จะช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึง 50-60%
- ช่วยลดการใช้ยาค่าแมลงและสารเคมี และไม่ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในดิน
- ช่วยประหยังค่าใช้จ่ายในด้านแรงงานในการฉีดยาฆ่าแมลงและสามารถช่วยเพิ่มผมผลิตได้ในระยะยาว
- ช่วยทำให้โครงสร้างของพืชแข็งแรงและสามารถทนทานต่อโรคได้ดี
- ช่วยรักษาธาตุอาหารที่จำเป็นของพืชไม่ให้ถูกชะล้างหายไป
- ช่วยให้ผลผลิตมีคุณ๓าพดีขึ้น ทั้งด้านรู้ทรง รสชาติตามธรรมชาติ
ข้อเปรียบเทียบการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ ตราปุ๋ยบัวทิพย์
| ข้ัอเปรียบเทียบ |
ปุ๋ยเคมี |
ปุ๋ยอินทรีย์ ตราปุ๋ยบัวทิพย์ |
| 1.ดูดซับธาตุอาหาร |
ไม่ดี |
ดูดซับได้ดี |
| 2.การอุ้มน้ำ |
อุ้มน้ำไม่ดี |
อุ้มน้ำดี |
| 3.ความร่วนซุยของดิน |
ทำให้ดินอัดตัวเป็นก้อนแข็งในระยะยาว ไส้เดือนตาย |
ทำให้ดินร่วนซุย และมีไส้เดือนเจริญเติบโตช่วยพรวนดิน |
| 4.ระดับความเป็นกรด |
เพิ่มขึ้น |
ช่วยรักษาความสมดุลของดิน ความเป็นกรด-ด่าง หรือ ค่า pH ใกล้ 7 ที่สุด |
| 5.ระยะเวลาการคงอยู่ในดิน |
คงอยู่ในดินสั้นกว่า เนื่องจากถูกชะล้างและเปลี่ยนรูปง่าย |
คงอยู่ในดินนาน พืชเก็บอินทรีย์วัตถุไว้กินได้นาน หรือปลดปล่อยอย่างช้าๆ(Slow Release) จึงประหยัดกว่า |
| 6.การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ |
เติบโตได้ไม่ดีและระยะสั้น |
เติบโตได้ดีในระยะยาว |
| 7.การขยายพันธุ์ของแมลง |
ขยายพันธุ์รวดเร็ว |
แมลงไม่รบกวน และขยายพันธุ์ช้า |
| 8.การป้องกันโรคพืช |
ไม่ช่วยป้องกัน |
ช่วยป้องกันได้ดี |
| 9.ผลผลิตที่ได้ |
รสชาติและคุณภาพไม่ดี |
รสชาติและคุณภาพดีเยี่ยม |
| 10.เงินปันผลคืน |
ไม่มีเงินปันผล |
คืนเงินปันผลสู่เกษตรกร |
โรงานผลิตปุ๋ยบัวทิพย์


ที่ทำการสำนักงาน

เอกสารสำคัญของบริษัท
