พื้นที่ทำเกษตรกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู

จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นจังหวัดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 องศา 45 ลิปดา ถึง 17 องศา 40 ลิปดา เหนือ และเส้นแวงที่ 101 องศา 57 ลิปดา ถึง 102 องศา 41 ลิปดา ตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 208-303 เมตร ระดับความสูงของภูเขามีตั้งแต่ 200-300 เมตร ถึง 600-700 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,390.8 มิลลิเมตร จำนวนวันฝนตก 118.9 วันต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ย 26.6 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยร้อยละ 71

ตัวจังหวัดอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ เป็นระยะทางประมาณ 577 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 3,859,086 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,411,929 ไร่ แบ่งออกเป็น 6 อำเภอ (ภาพที่ 1)

ทิศเหนือ             ติดต่อกับ จังหวัดอุดรธานี

ทิศใต้                 ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่น

ทิศตะวันออก        ติดต่อกับ จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดขอนแก่น

ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ จังหวัดเลย

จังหวัดหนองบัวลำภู แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอโนนสัง อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลาง อำเภอสุวรรณคูหา และอำเภอนาวัง มีจำนวนประชากรทั้งหมด 496,859 คน เป็นชาย 250,053 คน หญิง 246,806 คน จำนวนบ้านเรือน 120,873 หลังคาเรือน

   ลักษณะภูมิประเทศ

จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของขอบที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นที่ราบเรียบจนถึงเนินเขา บริเวณตอนกลางของพื้นที่ที่รองรับด้วยกลุ่มหินโคราช โดยมีแนวเขาผาชันทางด้านตะวันออกของกลุ่มหินโคราช และภูเขาสูงของกลุ่มหินที่มีอายุมากกว่ากลุ่มหินโคราชทางด้านตะวันตกและทางเหนือต่อเนื่องไปยังจังหวัดเลย สภาพภูมิประเทศมีลักษณะลาดเอียงจากทางเหนือลงทางใต้ ซึ่งอาจแบ่งลักษณะสภาพภูมิประเทศและธรณีสัณฐาน ได้ดังนี้

1. พื้นที่ภูเขา (mountainous area)  มีพื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน (slope complex) ระดับความสูงของภูเขามีตั้งแต่ 200-300 เมตร ถึง 600-700 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทางด้านตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ ในเขตอำเภอสุวรรณคูหา นาวัง นากลาง เป็นพื้นที่ภูเขาของกลุ่มหินที่มีอายุแก่กว่ากลุ่มหินโคราช ได้แก่ กลุ่มหินอายุไซลูเรียน-ดีโวเนียน กลุ่มหินอายุคาร์บอนิเฟอรัส กลุ่มหินอายุเพอร์เมียน กลุ่มหินอายุเพอร์โม-ไทรแอสซิก  ลักษณะของภูเขาเป็นทั้งแบบที่เป็นแนวเทือกเขาที่ต่อเนื่องมาจากจังหวัดเลย บางส่วนเป็นเขาโดดที่กระจัดกระจายไปทั่ว สำหรับในกลุ่มหินอายุยุคมีโซโซอิกหรือหรือกลุ่มหินโคราช ลักษณะภูเขาจะเป็นแบบภูเขาผาชัน (escarpment) คือ มีลักษณะของเขาด้านหนึ่งเป็นหน้าผาชัน และอีกด้านเป็นที่ราบสูงเอียงลาดไปอีกด้านหนึ่ง โดยพื้นที่ภูเขาแบบผาชันนี้ พบอยู่ด้านตะวันออกของจังหวัดโดยวางตัวในแนวเหนือใต้ เป็นแนวแบ่งขอบเขตระหว่างจังหวัดหนองบัวลำภูกับจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ยังมีแนวสันเขาเล็กๆของกลุ่มหินโคราชที่ขนานกับแนวเขาผาชัน โดยวางตัวอยู่ด้านตะวันตกของเขาผาชัน และเขาประทุนหงาย (synclinal hill) ของภูเก้าบริเวณอำเภอโนนสัง ซึ่งเป็นภูเขาที่มีลักษณะเช่นเดียวกับภูเวียงของจังหวัดขอนแก่น

2. พื้นที่ที่มีการปรับระดับหรือพื้นที่ซึ่งเกิดจากการกร่อน (denudation or erosion plain) เป็นพื้นที่ที่พบชั้นดานหินอยู่ไม่ลึกจากพื้นผิวมากนัก ตะกอนพื้นผิวส่วนใหญ่เกิดจากการผุพังอยู่กับที่ (in situ material) หรือเคลื่อนย้ายไปทับถมในบริเวณต่ำกว่า โดยกระบวนการธรณีสัณฐานต่างๆ สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาด (undulating ) ถึงลอนชัน (rolling) จะพบในเขตอำเภอนากลาง นาวัง สุวรรณคูหา บริเวณกลุ่มหินที่มีอายุมากกว่ากลุ่มหินโคราช ได้แก่ หินควอร์ตไซต์ หินชีสต์ หินกรวดมน หินภูเขาไฟ ฯลฯ ส่วนในบริเวณของกลุ่มหินโคราชจะมีสภาพพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย (nearly level to gently undulating) ที่เรียกว่า พื้นเกือบราบ (peneplain) โดยชั้นดานหินที่พบ ได้แก่ หินทราย หินทรายแป้ง จะพบในเขตอำเภอเมือง โนนสัง ศรีบุญเรือง

3. พื้นที่ตะกอนลำน้ำ (fluvial plain) เป็นพื้นที่เกิดใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของพื้นที่ปรับระดับหรือพื้นที่การกร่อน ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะและทับถมของลำน้ำในปัจจุบัน โดยจะพบชั้นดานหินหรือหินหรือหินโผล่(outcrop)ตามลำห้วย ในจังหวัดหนองบัวลำภู พื้นที่บริเวณนี้เกิดตามลำห้วยเล็กๆ มีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก เช่น ห้วยพะเนียง ซึ่งไหลมาจากพื้นที่แนวเขาด้านตะวันตกบริเวณอำเภอนาวังไหลมาทางตะวันออกผ่านอำเภอเมืองและอำเภอโนนสังแล้วลงสู่เขื่อนน้ำพอง และบริเวณแนวลำน้ำพองซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่างจังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดขอนแก่น  ขนาดของพื้นที่นี้มีขนาดเล็กเป็นแนวแคบๆไปตามลำน้ำ โดยปกติตะกอนในส่วนพื้นที่นี้จะแสดงลักษณะการทับถมให้เห็นโดยการแสดงเป็นชั้น(stratified) มีสภาพพื้นที่ราบเรียบ (สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน,2550)

                 แผนที่จังหวัด

 

ภาพที่ 1 แผนที่แสดงอาณาเขตจังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดใกล้เคียง

 

สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

                1. สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

ลักษณะอากาศในจังหวัดหนองบัวลําภู แบ่งออกเป็น 3 ฤดู เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับมรสุมที่พัดผ่านประจําป คือจะมีฝนตกฉพาะฤดูกาล สลับกับช่วงแห้งแล้งที่เห็นได้ชัดเจนรวมทั้งภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีเทือกเขาล้อมรอบทางด้านตะวันออกและด้านใต ทําให้ฝนที่มาจากมรสุมภาคตะวันตกเฉียงใต้มีน้อย ส่วนมากเป็นฝนที่เกิดจากพายุดีเปรสชั่นที่เคลื่อนผ่านเข้ามา

ฤดูร้อน อยู่ในระหว่างเดือน มีนาคมถึงเมษายน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34 – 36 องศาเซลเซียส

ฤดูฝน อยู่ในระหว่างเดือน พฤษภาคมถึงตุลาคม และจะตกมากในเดือน สิงหาคม-กันยายน เนื่องจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น ปริมาณฝนที่ตกในจังหวัดหนองบัวลําภู โดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงระหว่าง 978.3 – 1,348.9 มิลลิเมตร ต่อป

ฤดูหนาว อยู่ในระหว่างเดือนกุมภาพันธอากาศจะหนาวมากในช่วงเดือน ธันวาคม – มกราคม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 15 – 16 องศาเซลเซียส

 

              2.สภาพดินในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

                2.1 สภาพดินโดยทั่วไป

จังหวัดหนองบัวลำภู มีเนื้อที่ประมาณ 2,411,929 ไร่ พบดินทั้งหมด 25 กลุ่มชุดดิน มีเนื้อที่ประมาณ 1,976,767 ไร่ หรือร้อยละ 81.96 ของเนื้อที่ทั้งหมด และเป็นหน่วยพื้นที่เบ็ดเตล็ด 7 หน่วย ได้แก่ ที่ดินหินพื้นโผล่ ที่ดินเต็มไปด้วยก้อนหิน ผาชัน ที่ลาดชันเชิงซ้อน ที่ดินดัดแปลง ที่อยู่อาศัย พื้นที่น้ำ มีเนื้อที่ประมาณ 435,162 ไร่ หรือร้อยละ 18.04 ของเนื้อที่ทั้งหมด ( ตารางที่ 1) ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ดินที่เหมาะสมดีสำหรับปลูกข้าว มีเนื้อที่ประมาณ 97,809 ไร่หรือร้อยละ 4.06 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด และที่มีข้อจำกัดบ้างเกี่ยวกับดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินค่อนข้างเป็นทรายและขาดแคลนน้ำได้ง่าย มีเนื้อที่ประมาณ 396,749 ไร่หรือร้อยละ 16.45 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด ส่วนดินที่เหมาะสมดีสำหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น มีเนื้อที่ประมาณ 46,337 ไร่หรือร้อยละ 1.92 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด และที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย มีเนื้อที่ประมาณ 565,915 หรือร้อยละ 23.45 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด

 2.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

หน่วยแผนที่ของกลุ่มชุดดิน (ภาพที่ 2) ที่พบในพื้นจังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่มชุดดินที่พบมากที่สุดในจังหวัดหนองบัวลำภู  คือ กลุ่มชุดดินที่  40  มีเนื้อที่ประมาณ  616,230ไร่  หรือ 25.56 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่จังหวัด  กลุ่มชุดดินที่ 40   มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ และไม้ผลค่อนข้างไม่เหมาะสมที่จะนํามาปลูกพืชผักและไม่เหมาะสมที่จะใช้ในการทํานา เนื่องจากเนื้อดินค่อนข้างเป็นทรายและสภาพพื้นที่ไม่อํานวย  แต่สามารถใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้โตเร็วและปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้ดี  กลุ่มชุดดินที่พบรองลงมาคือ  กลุ่มชุดดินที่ 18  มีเนื้อที่ประมาณ  325,193 ไร่  หรือ 13.48  เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่จังหวัด กลุ่มชุดดินที่ 18 พบบริเวณที่ราบต่ำ สภาพพื้นที่ราบเรียบถึงเกือบราบเรียบ ดินมีการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลว ในช่วงฤดูฝนมีน้ำขังนานระหว่าง 3-4 เดือน จึงมีศักยภาพเหมาะสมในการทำนามากกว่าการปลูกพืชไร่ พืชผักและไม้ผล ยกเว้นถ้าได้มีการปรับปรุงแก้ไขปัญหาน้ำขังและการระบายน้ำของดิน อย่างไรก็ตามในสภาพปัจจุบันสามารถปลูกพืชไร่และพืชผักอายุสั้นได้ ในช่วงฤดูแล้ง ถ้ามีน้ำชลประทานและแหล่งน้ำธรรมชาติเสริม

ภาพที่ 2 แผนที่กลุ่มชุดดินของจังหวัดหนองบัวลำภู

2.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร

ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร แสดงไว้ใน ตารางที่ 2 และ ตารางที่ 3 ของจังหวัดหนองบัวลำภู มีความแตกต่างกันของกลุ่มชุดดินที่พบ และในแต่ละกลุ่มชุดดินความลึกที่แตกต่างกันยังส่งผลต่อสีดิน เนื้อดิน ค่าความเป็นกรด-ด่าง และความอุดมสมบูรณ์ของดินอีกด้วย

 2.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับการปลูกพืช 

ความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับการปลูกพืช จำแนกโดยใช้หลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน จากเอกสารวิชาการฉบับที่ 453 (กองสำรวจและจำแนกดิน ) สรุปได้ดังนี้ (ตารางที่ 4 และ ตารางที่ 5)

1. ดินที่มีความเหมาะสมดีสำหรับปลูกข้าว มีเนื้อที่ประมาณ 97,809 ไร่ หรือร้อยละ 4.06 ของเนื้อที่ทั้งหมด

2. ดินที่มีความเหมาะสมดีสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินแน่นทึบหรือค่อนข้างเป็นทราย และอาจขาดแคลนน้ำเมื่อฝนทิ้งช่วง มีเนื้อที่ประมาณ 396,749 ไร่ หรือร้อยละ 16.45 ของเนื้อที่ทั้งหมด

3. ดินที่ไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นที่มีความลาดชัน ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และเนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย มีเนื้อที่ประมาณ 444,199 ไร่ หรือร้อยละ 18.42 ของเนื้อที่ทั้งหมด

4. ดินที่มีความเหมาะสมดีสำหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น มีเนื้อที่ประมาณ 46,337 ไร่ หรือร้อยละ 1.92 ของเนื้อที่ทั้งหมด

5. ดินที่มีความเหมาะสมดีสำหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินไม่เหมาะสม มีเนื้อที่ประมาณ 565,915 ไร่ หรือร้อยละ 23.45 ของเนื้อที่ทั้งหมด

- เนื้อดินเป็นดินเหนียว เมื่อขาดน้ำดินจะแห้งแตกระแหงง่าย มีเนื้อที่ประมาณ 18,084 ไร่ หรือร้อยละ 0.75 ของเนื้อที่ทั้งหมด

- เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย มีเนื้อที่ประมาณ 547,831 ไร่ หรือร้อยละ 22.70 ของเนื้อที่ทั้งหมด

6. ดินที่ไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับปลูกพืชไร่ เนื่องจากสภาพพื้นที่มีความลาดชัน กักเก็บน้ำไม่อยู่ เนื้อดินไม่เหมาะสม มีเนื้อที่ประมาณ 377,951 ไร่ หรือร้อยละ 15.67 ของเนื้อที่ทั้งหมด

- เป็นดินลึก มีก้อนหิน เศษหิน และก้อนกรวดปะปน มีเนื้อที่ประมาณ 3,395 ไร่ หรือร้อยละ 0.15 ของเนื้อที่ทั้งหมด

- เป็นดินตื้น มีก้อนหิน เศษหิน และก้อนกรวดปะปนมาก มีเนื้อที่ประมาณ 374,556 ไร่ หรือร้อยละ 15.52 ของเนื้อที่ทั้งหมด

7. ดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำการเกษตร เนื่องจากเป็นพื้นที่มีหินพื้นโผล่ปะปน มีก้อนหิน เศษหิน ปะปนมาก และมีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มีเนื้อที่ประมาณ 192,707 ไร่ หรือร้อยละ 7.99 ของเนื้อที่ทั้งหมด

- พื้นที่มีหินพื้นโผล่ มีก้อนกรวด เศษหิน ปะปน มีเนื้อที่ประมาณ 3,726 ไร่ หรือร้อยละ 0.15 ของเนื้อที่ทั้งหมด

- พื้นที่มีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มีเนื้อที่ประมาณ 188,981 ไร่ หรือร้อยละ 7.84 ของเนื้อที่ทั้งหมด

  2.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข

ดินที่มีปัญหามีแนวทางแก้ไข ดังนี้

ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ หมายถึง ดินที่มีคุณสมบัติในการให้ผลผลิตของพืชต่ำ เนื่องมาจากการมีอินทรียวัตถุ ความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสและโพแทสเซี่ยม การอิ่มตัวด้วยประจุบวกที่เป็นด่าง และความสามารถในการแลกประจุบวกต่ำ ทั้งนี้เป็นเพราะทรัพยากรดินในเขตจังหวัด เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดที่เป็นหินทรายจากหมวดหินน้ำพองและภูกระดึงเป็นส่วนใหญ่ หรือจากการทำเกษตรกรรมติดต่อมาเป็นเวลานาน

แนวทางแก้ไข ควรมีการใส่ธาตุอาหารพืชให้แก่ดิน โดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีในอัตราส่วนที่พอเหมาะแก่พืชแต่ละชนิดในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น ข้าวควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหลังหว่าน เพื่อให้ต้นอ่อนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วหรือใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสช่วงข้าวตั้งท้อง มีเนื้อที่ประมาณ 1,406,863 ไร่หรือร้อยละ 58.32 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด ยกเว้นกลุ่มชุดดินที่ 4, 5, 7, 31B, 33B, 35B, 55B, 56B, 56C

ดินที่มีการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลว หมายถึง ดินในที่ลุ่มถึงค่อนข้างลุ่ม ที่มีน้ำแช่ขังปีละ 3-5 เดือน ทั้งนี้อาจเกิดจากน้ำฝนหรือน้ำชลประทาน โดยเนื้อดินมักเป็นดินร่วนเหนียวหรือดินเหนียวในดินล่าง ซึ่งเหมาะสำหรับการปลูกข้าว

แนวทางแก้ไข บริเวณที่สูงขึ้นไปควรยกร่องสำหรับปลูกไม้ผล หรือฝังท่อระบายน้ำทิ้งสำหรับการปลูกพืชไร่ มีเนื้อที่ประมาณ 99,963 ไร่หรือร้อยละ 4.15 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 4, 5, 6, 7

ดินทราย หมายถึง ดินที่มีเนื้อดินเป็นดินทราย หรือเป็นดินทรายปนดินร่วนที่มีความหนามากกว่า 50 ซ.ม จากผิวดิน ทำให้ดินอุ้มน้ำได้น้อย ดินขาดแคลนน้ำบ่อยๆ การดูดซับธาตุอาหารต่ำ การชะล้างสูญเสียหน้าดินเกิดได้ง่าย และเกิดร่องลึกในทางน้ำผ่าน

แนวทางแก้ไข ควรมีการปลูกพืชหมุนเวียนตลอดปีเพื่อรักษาหน้าดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรปลูกพืชปุ๋ยสด (ถั่วพร้าอัตรา 10-12 ก.ก/ไร่หรือถั่วพุ่ม 8-10 ก.ก/ไร่หรือปอเทือง 6-8 ก.ก/ไร่) แล้วไถกลบระยะออกดอกจะทำให้คุณภาพของดินด้านกายภาพดีขึ้น มีเนื้อที่ประมาณ 44,246 ไร่หรือร้อยละ 1.83 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 44

ดินตื้น หมายถึง ดินที่มีชิ้นส่วนขนาดโตมากกว่า 2 ม.ม ปริมาณมากกว่า 35 % โดยปริมาตร และอาจพบชั้นหินพื้นหรือชั้นมาร์ลภายในความลึก 50 ซม. จากผิวดิน ทำให้ดินมีชิ้นส่วนที่ละเอียดหรือเนื้อดินละเอียดน้อย จึงทำให้ความสามารถในการดูดซับน้ำและธาตุอาหารต่ำ เกิดการสูญเสียธาตุอาหารพืชที่เป็นประโยชน์ได้ง่ายก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการชอนไชของรากพืชลงไปหาธาตุอาหารและน้ำ การค้ำยันและการทรงตัวของต้นพืชไม่ดีและล้มง่าย พื้นที่ที่เป็นดินตื้นมากหรือมีก้อนกรวด เศษหิน หรือลูกรัง อยู่บนผิวดินมากๆจะเป็นอุปสรรคต่อการไถพรวน รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำและขาดแคลนน้ำได้ง่าย การใช้ประโยชน์บริเวณที่มีหน้าดินอยู่บ้างและไม่มีเศษหิน ก้อนหิน หรือลูกรัง อยู่บนผิวดินมาก

แนวทางแก้ไข ควรปลูกพืชรากสั้น เช่น พืชไร่ หรือพืชผัก หรือขุดหลุม กว้างxยาวxลึก เท่ากับ 75x75x75 ซ.ม แล้วนำดินอื่นที่เหมาะสมคลุกเคล้ากับปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก อัตรา 15-25 ก.ก/หลุมมาใส่เพื่อปลูกไม้ผล บางแห่งที่ตื้นมาก หรือมีเศษหินลอยหน้ามากไม่ควรใช้พื้นที่นั้น จึงเหมาะสำหรับเป็นป่าธรรมชาติเท่านั้น มีเนื้อที่ประมาณ 381,365 ไร่หรือร้อยละ 15.81 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 35Cz, 40Bz, 40Cz, 46, 47, 48, 49, RC, RL

ดินที่มีการชะล้างพังทลาย หมายถึง ดินที่เกิดในพื้นที่ที่มีความลาดชันและมีการสูญเสียหน้าดิน มักเป็นดินเนื้อหยาบหรือดินตื้น จึงควรอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ ควรได้มีการทำแนวป้องกันการชะล้างพังทลาย

แนวทางแก้ไข ปลูกแฝกขวางความลาดเทหรือทำขั้นบันไดดิน มีเนื้อที่ประมาณ 235,973 ไร่หรือร้อยละ 9.78 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 29D, 46D, 47D, 47E, 48D, 48E, 55D, RC, RL, ES, SC


                 พืชเศรษฐกิจ

พื้นที่ของจังหวัดประมาณร้อยละ 51.10 หรือ ประมาณ 1,229,700 ไร ใช้ประโยชน์ในการทําการเกษตร  พืชเศรษฐกิจที่ปลูกมากเป็นอันดับ 1 คือ ข้าวนาป มีเนื้อที่ปลูก 674,659 ไร รองลงมา คือ อ้อยโรงงาน พื้นที่เพาะปลูก 95,424 ไร และ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว มีพื้นที่ปลูก 86,096 ไร ตามลําดับ (ตารางที่ 6)

 

ตารางที่ 6 สถิติการผลิตการเกษตรตามชนิดพืช 10 อันดับแรก (ป 2549/2550)

 

ลําดับที่  ชนิดพืช เนื้อที่ปลูก (ไร่) ผลผลิต (ตัน)
1 ข้าวนาป 674659 275403.26
2 อ้อยโรงงาน 95424 859302.83
3 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว 86096 56320.02
4 มันสําปะหลัง 51898 92570.91
5 ยางพารา 49922 532.79
6 ถั่วเหลือง 29656 2567.67
7 ข้าวนาปรัง 10357 55.98
8 มะม่วง 8628 2009.05
9 ลําไย 5645 837.52
10 ยูคาลิปตัส 3004 400

 

ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร, 2550

 

ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

พื้นที่ความเหมาะสมในการปลูกข้าวของจังหวัดหนองบัวลำภู (ภาพที่ 3) ซึ่งแบ่งความเหมาะสมของดิน ได้ดังนี้

1. ดินที่มีความเหมาะสมดีสำหรับปลูกข้าว มีเนื้อที่ประมาณ 97,809 ไร่ หรือร้อยละ 4.06 ของเนื้อที่ทั้งหมด

2. ดินที่มีความเหมาะสมดีสำหรับปลูกข้าว แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เนื้อดินแน่นทึบหรือค่อนข้างเป็นทราย และอาจขาดแคลนน้ำเมื่อฝนทิ้งช่วง มีเนื้อที่ประมาณ 396,749 ไร่ หรือร้อยละ 16.45 ของเนื้อที่ทั้งหมด

3. ดินที่ไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นที่มีความลาดชัน ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และเนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย มีเนื้อที่ประมาณ 444,199 ไร่ หรือร้อยละ 18.42 ของเนื้อที่ทั้งหมด

ภาพที่ 3 พื้นที่ความเหมาะสมในการปลูกข้าวของจังหวัดหนองบัวลำภู

 


 ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

กรมส่งเสริมการเกษตร. สถิติการผลิตการเกษตรตามชนิดพืช.2550. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://production.doae.go.th

(วันที่ค้นข้อมูล : 26 มกราคม 2553).

ระบบฐานข้อมูลกลุ่มชุดดิน กรมพัฒนาที่ดิน. 2553.แผนที่กลุ่มชุดดินของจังหวัดหนองบัวลำภู [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก

http://www.gissite3.ldd.go.th. (วันที่ค้นข้อมูล : 3 กุมภาพันธ์ 2553).

ระบบฐานข้อมูลกลุ่มชุดดิน กรมพัฒนาที่ดิน.พื้นที่ความเหมาะสมในการปลูกข้าวของจังหวัดหนองบัวลำภู. 2553. [ออนไลน์].

เข้าถึงได้จาก http://www.gissite3.ldd.go.th. (วันที่ค้นข้อมูล : 3 กุมภาพันธ์ 2553).

สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน. 2550. รายงานสำรวจดินเพื่อการเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู. เอกสารวิชา การฉบับที่  16/05/50

กรมพัฒนาที่ดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ์.

แสดงความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

WordPress SEO fine-tune by Meta SEO Pack from Poradnik Webmastera