<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สายฝนมิตรเกษตร</title>
	<atom:link href="http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://saifonmitrkaset.com</link>
	<description>ดูแลเกษตรกรอย่างญาติมิตร สนิทเหมือนคนรู้ใจ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 02 Jan 2012 06:52:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<meta xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex,follow" />
		<item>
		<title>พื้นที่ทำเกษตรกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=336&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=336#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 06:52:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวและกิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[หนองบัวลำภู]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรหนองบัวลำภู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=336</guid>
		<description><![CDATA[จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นจังหวัดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 องศา 45 ลิปดา ถึง 17 องศา 40 ลิปดา เหนือ และเส้นแวงที่ 101 องศา 57 ลิปดา ถึง 102 องศา 41 ลิปดา ตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 208-303 เมตร ระดับความสูงของภูเขามีตั้งแต่ 200-300 เมตร ถึง 600-700 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,390.8 มิลลิเมตร จำนวนวันฝนตก 118.9 วันต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ย 26.6 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยร้อยละ 71 ตัวจังหวัดอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ เป็นระยะทางประมาณ 577 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 3,859,086 ตารางกิโลเมตร]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=336</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฮอร์โมนไข่เร่งดอก</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=313&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ae%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=313#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 06:27:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหมักชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยเร่งดอก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์โมนไข่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=313</guid>
		<description><![CDATA[การปลูกพืชตามแนวทางชีวภาพนั้น มีสิ่งทดแทนเคมีมากมายและได้ผลดีกว่าด้วย ประหยัดกว่าด้วย แต่ว่าบางครั้งเรารู้สึกว่ายุ่งยากในการทำ ไม่อยากทำ เพราะว่าบางทีก็มีธุระอื่น ไม่เคยชิน ความจริงแล้ว การทำปุ๋ยน้ำ การทำฮอร์โมน เพื่อใช้ผลิตพืชชีวภาพทดแทนเคมีนั้น ทำได้ง่ายมาก ไม่เสียเวลาเลย เพียงแต่เราจำเป็นต้องใส่ใจ และยอมเสียเวลาสักนิดหนึ่ง เมื่อเราเคยชินแล้ว ต่อไปก็สบาย สามารถประหยัดเงินได้ไม่น้อยเลย วัตถุดิบ :  ไข่ไก่สด 10 กิโลกรัม นมสด 10 ลิตร(นมวัว) กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม ยาคูลย์ 2 ขวด แป้งข้าวหมาก 2 ก้อน  วิธีทำ : หาภาชนะที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ ปิดฝาได้สนิท อาจมีบางส่วนสามารถเผยอเปิดฝาได้บ้างเล็กน้อย เพื่อให้มีรุระบายอากาศ ซึ่งจะเกิดแก๊สในช่วงของการหมักตัว เอาวัตถุดิบทุกอย่างใส่ลงไปรวมกัน ไข่ก็กระทุ้งให้แตกหมด จากนั้นทำการปิดฝา วางเอาไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เวลาหมัก 7 วัน ไม่ต้องคนนะครับ เป็นอันว่า นำมาใช้ได้เลย เมื่อเราเก็บผลผลิตชุดก่อนเสร็จแล้ว เราต้องทำการตัดแต่งกิ่ง]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=313</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การปลูกแก้วมังกร</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=304&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=304#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Dec 2011 06:22:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปุ๋ยบัวทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[พืชผัก-ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกแก้วมังกร]]></category>
		<category><![CDATA[การใส่ปุ๋ยแก้วมังกร]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วมังกร]]></category>
		<category><![CDATA[ใส่ปุ๋ยแก้วมังกร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=304</guid>
		<description><![CDATA[แก้วมังกร เป็นไม้เลื้อย มีอายุยาวนานหลายปี ลำต้นมีลักษณะเป็น 3 แฉกมีสีเขียว อวบน้ำ ซึ่งแท้จริงแล้วส่วนนั้นคือใบที่เปลี่ยนรูปไป ส่วนลำต้นที่แท้จริงอยู่ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางของแฉกทั้ง 3 บริเวณตาข้างจะมีหนาม 1-5 หนาม ดอกจะเกิดบริเวณปลายกิ่งในช่วงเดือนเมษายน เมื่อบานมีลักษณะคล้ายปากแตร จะบานในช่วงหัวค่ำจนถึงเช้า เมื่อติดผลแล้ว ผลอาจมีสีชมพูหรือเหลือง เนื้อผลภายในมีทั้งสีขาวและแดงขึ้นอยู่กับพันธุ์ และมีเมล็ดสีดำอยู่ในเนื้อผล ลูกมังกรสามารถปลูกได้ดีในทุกสภาพพื้นที่ จึงเป็นที่นิยมปลูกกันมากอย่างแพร่หลาย ผลจะมีลักษณะเป็นสันเหลี่ยมทู่ๆ เรียงรายอยู่ทั่วไปบนผิวเปลือก เปลือกหนาสีออกชมพูอมส้ม ภายในผลเมื่อผ่าออกจะมีเนื้อสีขาวขุ่น ภายในเนื้อก็จะมีเมล็ดเล็กๆ ซึ่งใหญ่กว่าเมล็ดงานิดเดียวฝังตัวอยู่เต็มไปหมด เมื่อรับประทานจะมีรสชาติหวานเย็น กรุบกรับไม่ระคายคอ ลูกแก้วมังกร มีสารกลุ่ม FOS ในปริมาณสูง มีคุณสมบัติเป็นสาร Prebiotic ที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ได้ ช่วยแก้ปัญหาการขับถ่ายต่างๆ ได้ดี และเนื่องจากตัวมันเองไม่ค่อยถูกดูดซึม ดังนั้นกินปริมาณมากก็ไม่ทำให้อ้วน แต่คงไม่สามารถใช้เป็นอาหารหลักในการลดน้ำหนักได้ สำหรับชื่อสามัญของแก้วมังกร ถ้ายึดตาม International Journal จะใช้ว่า Pitaya ส่วน Dragonfruit เป็นชื่อสามัญที่นิยมเรียกกันในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ-ใต้ ไต้หวัน) ที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดอีกอย่างก็คือ บางประเทศในยุโรปเรียกแก้วมังกร ว่า Pitahaya การปลูกแก้วมังกร     ชนิดของแก้วมังกร 1. พันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง ได้แก่ พันธุ์บ้านโป่งจังหวัดราชบุรี สวนจันทบุรี ฯลฯ 2. พันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง ได้แก่ โมน่าแดนซิส]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=304</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูก “ข้าวโพดข้าวเหนียว” อย่างไรให้ได้ผลผลิตสูง</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=299&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2581-%25e2%2580%259c%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=299#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2011 04:08:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยบัวทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไร่]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพดข้าวเหนียว]]></category>
		<category><![CDATA[ใส่ปุ๋ยข้าวโพด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=299</guid>
		<description><![CDATA[ข้าวโพดข้าวเหนียวพืชเศรษฐกิจอายุสั้น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ดีหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ข้าวโพดสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อจำเป็น ช่วงปลูกที่ดีที่สุด ควรอยู่ในฤดูหนาว ระหว่างเดือน ตุลาคม-มกราคม หรือ ฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม &#160; เทคนิคการปลูก ข้าวโพดข้าวเหนียว(หวาน) ในการเตรียมดินในพื้นที่นั้นมีขั้นตอนดังนี้ -          การไถตากดินครั้งแรกทิ้งไว้ 2 สัปดาห์ -          หว่านปุ๋ยบัวทิพย์ สำหรับข้าวโพด ถุงเขียว สูตร 1 ปริมาณ 25 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพดิน และเพิ่มอาหารให้กับพืช และป้องกันศัตรูข้าวโพด แล้ว ไถเพื่อที่จะร่องปลูก ใช้รถไถเดินตามระหว่างร่อง 75-80 เซนติเมตร ระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร -          การหยอดเมล็ด หยอดหลุมละ 3-4 เมล็ด ให้เมล็ดกระจายออกจากกันเล็กน้อย อย่าหยอดวางเป็นกระจุก -          เมื่อต้นงอกมีความสูงประมาณ1 ฟุตหรือ30 เซนติเมตร(1 ไม้บรรทัด) ให้ถอนเหลือหลุมละ 3 ต้น แต่ถ้าต้นสมบูรณ์ใกล้เคียงกันหมด]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=299</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“แก่นตะวัน”พืชเศรษฐกิจทางเลือก สุดยอดสมุนไพร-ตลาดต้องการสูง</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=294&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e2%2580%259c%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e2%2580%259d%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=294#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Nov 2011 14:22:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไร่]]></category>
		<category><![CDATA[แก่นตะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=294</guid>
		<description><![CDATA[หลังจาก ประภาส ช่างเหล็ก นักวิจัยชำนาญการ หัวหน้าสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทดลองปลูก “แก่นตะวัน” หรือ “แห้วบัวตอง” บนพื้นที่สูงในแปลงทดลองของสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ ในพื้นที่ 6 ไร่ ตั้งแต่ปี 2551 พบว่า ปลูกง่าย ให้ผลผลิตที่คุ้มต่อการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจที่เป็นทางเลือกใหม่ เนื่องจากเป็นพืชอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง ขณะที่ตลาดในปัจจุบันมีความต้องการสูง “แก่นตะวัน” เดิมทีเรียกว่า “แห้วบัวตอง” เป็นพืชล้ม ลุกในตระกูลเดียวกันกับทานตะวัน แต่มีหัวคล้ายกับขิงหรือข่า ลำต้นสูงราว 1-1.50 เมตร มีดอกมีสีเหลืองสดคล้ายบัวตอง ภาษาอังกฤษเรียกว่า เยรูซาเล็ม อาร์ติโชค (Jerusalem artichoke) มีถิ่นกำเนิดแถบหนาวของทวีปอเมริกาเหนือ แต่สามารถปรับตัวได้ดีในเขตร้อน ที่สำคัญมีความแข็งแกร่งทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ จึงมีการนำไปปลูกในทวีปยุโรป และในเขตกึ่งหนาวรวมถึงเขตร้อนอย่างในประเทศอินเดีย ส่วนในประเทศไทย มีการนำมาปลูกในปี 2539 ต่อมา รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำสายพันธุ์แก่นตะวันเข้า มาปลูกในแปลงทดลองวิจัยของคณะเกษตรศาสตร์ จำนวน 24 สายพันธุ์]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=294</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก่นตะวัน สมุนไพรไทยมหัศจรรย์ ก้าวไกลไปทั่วโลก</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=291&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=291#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Nov 2011 14:12:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไร่]]></category>
		<category><![CDATA[แก่นตะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พืชพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชเศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=291</guid>
		<description><![CDATA[มีพืชอยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อ ‘แก่นตะวัน’ ดูเผินๆ คล้ายกับทานตะวัน เพียงแต่ดอกของแก่นตะวันนั้นขนาดเล็กกว่า หากนำไปปลูกเป็นแปลงดอกไม้เอาไว้ชมงามๆ ก็เหลืองสวยชวนมองไม่เบา ทว่า คุณประภาส ช่างเหล็กนัก วิจัย (ชำนาญการพิเศษ) หัวหน้าสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยกับเดลินิวส์ออนไลน์ว่า ต้องการส่งเสริมให้มีการปลูกแก่นตะวันเพิ่มขึ้น เนื่องจากพืชชนิดนี้มีประโยชน์ต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ความเป็นมาของแก่นตะวันนั้น คุณประภาส เล่าว่า อันที่จริงพืชชนิดนี้มีชื่อว่า Jerusalem Artichoke (Helianthus tuberosus) หรือ Sunchoke ในภาษาไทยเรียก แห้วบัวตอง เป็น พืชล้มลุก ตระกูลเดียวกับทานตะวัน ดอกสีเหลืองคล้ายดอกบัวตอง มีถิ่นกำเนิดแถบทวีปอเมริกาเหนือ และแม้จะนำไปปลูกในยุโรป ที่เป็นเขตหนาว เขตกึ่งหนาว หรือกระทั่งในเขตร้อน อย่างอินเดีย หรือในไทย พืชชนิดดังกล่าวนี้ก็ยังสามารถปรับตัวและให้ผลผลิตดีในสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ในบ้านเรา เมื่อปี พ.ศ.2549 รศ.ดร.สนั่น จอกลอย เป็นผู้นำเข้ามาศึกษาวิจัยที่คณะเกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น พร้อมทั้งตั้งชื่อภาษาไทยขึ้นใหม่ว่า ‘แก่นตะวัน’ ซึ่งที่มาของชื่อนั้นใช้เหตุผลว่า การมีถิ่นกำเนิดในเขตหนาวเย็น แต่ปลูกในแถบร้อนได้ มีความสามารถปรับตัวได้ดี แข็งแกร่งทนทาน จึงใช้ชื่อนำหน้าว่า แก่น ส่วนคำว่า ตะวัน ก็เพราะเป็นพืชใกล้ชิดกับทานตะวันนั่นเอง หลังคลุกคลีอยู่กับแก่นตะวันมานานหลายปี คุณประภาส พบว่า จากการทดลองเพาะปลูกแก่นตะวันที่สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ฯ ให้ผลผลิตน่าพอใจ เหมาะปลูกในดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ไม่ต้องให้น้ำมาก]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=291</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการบำรุงรักษาสวนยางและการกรีดยางถูกวิธี เพื่อเพิ่มผลผลิต</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=287&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=287#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Nov 2011 09:33:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวและกิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนสงเคราะห์สวนยาง]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนสวนยาง]]></category>
		<category><![CDATA[สกย.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=287</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ความสนใจปลูกสร้างสาวนยางพาราเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความชำนาญ และทักษะในการพัฒนาสวนยางพารา  สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงจัดทำโครงการการบำรุงรักษาสวนยางและกากกรีดยางอย่างถูกวิธีเพื่อเพิ่มผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรที่ปลูกสวนยางพาราเอง ได้มีโอกาสได้รับการดูแล ถ่ายทอดความรู้ ในการดูแลรักษาสวนยาง และการพัฒนาการผลิตที่ถูกต้อง จาก สกย. สกย. ได้กำหนดพื้นที่ดำเนินการคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขสำหรับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ ดังนี้ 1.พื้นที่ดำเนินการในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ 2.คุณสมบัติของเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 2.1 เป็นเกษตรกรเจ้าของสวนยาง 2.2 ที่ดินที่เป็นสวยยางต้องเป็นของตัวเอง  หรือเป็นที่ดินรัฐจัดสรรค์ให้ หรือที่ดินเช่าจากรัฐ และมีหลักฐานแสดงการครอบครองหรือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือออกเอกสารสิทธิ์หรือสัญญาเช่า ซึ่งทางราชการออกให้ 3.หลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือ สกย. ให้คำแนะนำวิชาการปลูกยาง การถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกยาง และการดูแลรักษาสวนยาง การกรีดยาง การทำยางแผ่นชั้นดี การรวมกลุ่มขายยาง และการตลาด ตลอดระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ 4.การสมัคเข้าร่วมโครงการ 4.1 เกษตรกรสมัคเข้าร่วมโครงการตามแบบที่กำหนด และยื่นต่อสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด (สกย.จ.) ศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัด (ศปจ.) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 4.2 เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องแลดงหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ราชการออกให้แทนบัตรประจำตัวประชาชนและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการครอบครอง หรือสัญญาเช่าที่ทางราชการออกให้ในที่ดินที่ขอเข้าร่วมโครงการ]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=287</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อีสานแหล่งพืชพลังงาน (ตอนที่ 1) : มันสำปะหลัง6 เดือน-ปาล์มน้ำมันในห้องทดลอง</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=283&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=283#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Nov 2011 03:15:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวและกิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์ม-หมาก]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มัน 6 เดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพาราภาคอีสาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[การส่งเสริมปลูกพืชพลังงานในภาคอีสานสร้างความตื่นตัวแก่เกษตรกร ที่เชื่อว่าจะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากมันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ขณะที่กลไกการตลาดพืชพลังงานยังไม่ปรากฎออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ใครเป็นผู้กำหนดราคา ใครคือผู้กำหนดปริมาณการผลิต ดังนั้นจึงเหมือนตาบอดคลำช้างที่เกษตรกรถาโถมเข้าไปลงทุนปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่อย่างสุดตัว โดยมีเพียงความหวังว่าจะได้ลืมตาอ้าปากและปลดหนี้สินได้เสียที เมื่อวันที่ 19-23 พฤษภาคม 2551 ทีมงานของสำนักข่าวประชาธรรมร่วมกับโลคัลทอล์ค และพี่ๆ จากเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน (อีสาน) ถือฤกษ์งามยามดี นั่งรถเดินทางไกล ตระเวนไปลงพื้นที่ที่ภาคอีสานกันสักที หลังจากสัมภาษณ์ พี่กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา เจ้าหน้าที่วิจัยมูลนิธิชีววิถี (Biothai) พูดถึงเรื่องสถานการณ์การปลูกพืชพลังงานในอีสานกันไปแล้ว แต่ความสงสัย และคำถามมากมายยังคงค้างคาใจ อยากฟังพี่น้องเกษตรกรบอกเล่าความเป็นไปในพื้นที่ ตลอดจนสิ่งที่พวกเขากำลังประสบอยู่ท่ามกลางวังวนของนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ และพืชพลังงานอยู่ในขณะนี้ ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยูคาลิปตัส รวมถึงพืชเศรษฐกิจส่งออกอย่างยางพาราด้วย การลงพื้นที่ไปสำรวจครั้งนี้ ได้พูดคุยกับเกษตรกรในหลายพื้นที่ด้วยกัน จับเข่าคุยกับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยใน อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตส่งให้โรงงานน้ำตาล และอีกไม่นานก็คงส่งให้โรงเอธานอล แต่เกษตรกรจำนวนมากกำลังประสบปัญหาหนี้สินท่วมตัว สิ่งแวดล้อม สภาพดิน น้ำในท้องถิ่นกำลังเสื่อมโทรมลง ด้วยระบบเกษตรพันธะสัญญากับโรงงาน เรื่อง “อ้อยๆ” นี้ เราจะเรียบเรียงและนำมาเสนอให้ผู้อ่านเร็วๆ นี้ค่ะ ก่อนอื่น]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=283</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูกมันสำปะหลังแซมยางพารา</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=278&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259e</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=278#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Nov 2011 14:52:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยบัวทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[พืชแซมยาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=278</guid>
		<description><![CDATA[พืชแซมยางอาจมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็อาจจะมีศักยภาพแตกต่างกันไป ทั้งพื้นที่ สภาพอากาส และตลาดในพื้นที่นั้นๆ ในปัจจุบันต้องถือว่า การสร้างรายได้ในระหว่างร่องยาง รอเวลาการกรีดยางนั้น บางทีสามารถสร้างความมั่นคงให้กับครัวเรือนได้ด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าจะต้องรู้จักจัดการแบ่งสันปันส่วนให้ดี ยางสวนหนึ่งจะปลูกพืชแซมชนิดเดียวก็ได้ หรือหลายชนิดก็ได้ ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเราที่มีการปลูกยางในพื้นที่ราบ โครงสร้างดินร่วนซุยดี ก็สามารถวางแผน เพื่อที่จะปลูก&#8220;มันสำปะหลัง&#8221; ได้ ราคามันสำปะหลังถือว่าเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการแก๊ซโซฮอล เตรียมแปลงและปลูก :  ไถพรวนและยกร่องเพื่อปลูกมันสำปะหลังให้เรียบร้อย ส่วนแนวยางก็เว้นเอาไว้ และก็ควรจะทำการขุดหลุม กำหนดแนวไว้ให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน ทำการปลูกยางก่อนโดยควรเลือกต้นยางที่มีความแข็งแรง ต้นค่อนข้างโต มีขนาดเดียวกัน หรือไล่เลี่ยกัน ต้องคำนึงสักนิดว่า ภายหลังจากที่เราปลูกมันสำปะหลังนั้น ต้นมันสำปะหลังจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างเร็วกว่ายางพารา เราจึงควรจะรองก้นหลุมยางพาราด้วยปุ๋ยชนิดดี ที่สามารถทำให้เติบโตแข็งแรงได้เร็ว แล้วก็อย่าไปเอาปุ๋ยเคมีมารองก้นหลุมเด็ดขาดนะครับ เพราะต้นยางจะแป๊กทันที อาจจะยอดเหี่ยว ใบร่วง และไม่เจริญเติบโตไปตามที่คาดหวัง แนะนำปุ๋ยบัวทิพย์ ยางพารา สูตร 1 ซึ่งจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพคุณภาพสูง มีสารชีวภาพที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค เชื้อรา ได้ดี ทำให้ยางแข็งแรงเจริญเติบโตเร็ว ปลูกมันสำปะหลังตามหลัง : ควรจะทิ้งเวลาสักประมาณ 1 เดือน เป็นอย่างน้อย เราจึงจะปลูกมันสำปะหลัง]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=278</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้เรื่อง ปุ๋ย</title>
		<link>http://saifonmitrkaset.com/?p=275&#038;utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%258b%25e0%25b8%25a2</link>
		<comments>http://saifonmitrkaset.com/?p=275#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Oct 2011 09:11:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยบัวทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ย]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยอินทรีย์เคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://saifonmitrkaset.com/?p=275</guid>
		<description><![CDATA[ปุ๋ย หมายถึง สารหรือสิ่งซึ่งเราใส่ลงไปในดิน เพื่อวัตถุประสงค์ให้ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชโดยเฉพาะไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่พืชยังขาดอยู่ให้พืชได้รับอย่างเพียงพอ เพื่อทำให้พืชสามารถเจริญเติบโตงอกงามดีและให้ผลิตผลสูงขึ้น ปุ๋ยมีหลายประเภท ดังนี้ 1.ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ใส่ลงไปในดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหารพืชให้แก่ดิน โดยธาตุอาหารพืชที่เป็นองค์ประกอบในปุ๋ยนั้น ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 กำหนดให้ผู้ผลิตปุ๋ยเคมีต้องระบุปริมาณธาตุอาหารรับรองไว้บนฉลากปุ๋ยซึ่งมีความหมายดังต่อไปนี้ ตัวเลขตัวแรกของสูตรปุ๋ย หมายถึง ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (% N ) ตัวเลขตัวที่สองของสูตรปุ๋ย หมายถึง ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (% P 2 O 5 ) ตัวเลขตัวที่สามของสูตรปุ๋ย หมายถึง ปริมาณโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ (% K 2 O ) 2.ปุ๋ยอินทรีย์ มนุษย์มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาตั้งแต่สมัยโบราณในยุคแรกที่มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ และเรายังใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในรูปแบบต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเริ่มมีการพัฒนาประสิทธิภาพในด้านธาตุอาหารของวัสดุธรรมชาติให้มีความเป็นประโยชน์มากขึ้น ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นปุ๋ยเคมีซึ่งมีข้อได้เปรียบที่มีความเข้มข้นของธาตุอาหารพืชสูงกว่าปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เราลดการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งในเกษตรกรบางรายไม่มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุอินทรีย์อีกครั้งก็พบว่า พืชมีการตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์อย่างมาก เราอาจจำแนกปุ๋ยอินทรีย์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้ .ปุ๋ยคอก เป็นปุ๋ยที่ได้จากอุจจาระและปัสสาวะ ทั้งของคนและสัตว์ เช่น ขี้ไก่ หมู]]></description>
		<wfw:commentRss>http://saifonmitrkaset.com/?feed=rss2&#038;p=275</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
